เนื่องจากอาหารถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างหนึ่งของมะเร็งตับและท่อน้ำดี แต่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ การรับประทานอาหารที่ดีเพื่อป้องกันมะเร็งตับและท่อน้ำดีสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1. กินให้พอดี ไม่ให้อ้วน
เนื่องจากโรคอ้วนถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ และยังมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไขมันคั่งตับและโรคตับแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งตับและท่อน้ำดี ดังนั้นควรกินให้พอดี ไม่ให้อ้วน โดยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยอาจดูง่ายๆโดยการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (น้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร ยกกำลังสอง) ให้อยู่ในช่วง 18.5-22.9 kg/m2 เลี่ยงการรับประทานอาหารจุบจิบนอกมื้อ เลี่ยงอาหารมื้อใหญ่และอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย เช่น น้ำตาลและไขมันอิ่มตัว และหมั่นออกกำลังกาย

2. เลี่ยงอาหารที่เพิ่มความเสี่ยง
- แอลฟาทอกซิน (aflatoxin) ถือเป็นสารก่อมะเร็งอันตรายชนิดหนึ่งซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ พบได้จากเชื้อราบางกลุ่มที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยเฉพาะอาหารแห้งที่เก็บไว้นานและอับชื้น ได้แก่ อาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วลิสง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ผักและผลไม้อบแห้ง ปลาแห้ง กุ้งแห้ง เนื้อมะพร้าวแห้ง หัวหอมแห้ง กระทียมแห้ง พริกไทย พริกป่น งา ถั่ว เป็นต้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกลุ่มนี้ที่ปนเปื้อนเชื้อรา หรือได้จากแหล่งที่เก็บไว้นานหรือเก็บไม่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม ปลาร้าดิบ เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งท่อน้ำดี
- ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงของทั้งมะเร็งตับและท่อน้ำดี
3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้ เช่น ผัก ปลา เนื้อขาว มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงมะเร็งตับ ตัวอย่างการรับประทานอาหารที่ดีแบบง่ายๆมีดังนี้
- รับประทานหมู่โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ประมาณ ¼ ของจาน โดยเน้นเนื้อปลา เนื้อขาว (ไก่ เป็ด) ลดเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ติดมัน เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน
- รับประทานผัก โดยเน้นผักใบหลากหลายและหลากสี ประมาณ 2/4 ของจาน
- รับประทานข้าวแป้ง ประมาณ ¼ ของจาน เน้นข้าวหรือธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง หลีกเลี่ยงน้ำตาล
- ใช้น้ำมันปรุงอาหารที่มีไขมันดี เช่น MUFA (กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) /PUFA (กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน) สูง ได้แก่ น้ำมันมะกอก, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันเมล็ดชา, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันดอกทานตะวัน และหมั่นออกกำลังกาย

ข้อมูลโดย : รศ.นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์
ฝ่ายโภชนาการคลินิก