Search
Close this search box.

รพ.จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึก ทรู ดิจิทัล อัพสเกลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ส่งทัพนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ดึงพลังเทคโนโลยี Digital Intelligence Fabric และ Physical AI เสริมแกร่ง Digital Hospital พร้อมก้าวสู่ยุค Smart Healthcare 5.0


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ดึงพลังเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ Digital Intelligence Fabric ที่ถักทอเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI, คลาวด์ และ Robotics เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ปูทางสู่ยุค “Smart Healthcare 5.0” อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเป็นต้นแบบมาตรฐานทางการแพทย์แห่งอนาคตในระดับภูมิภาค

การต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป นำ Digital Intelligence Fabric เข้ามาเป็นกรอบโซลูชันหลักในการเสริมกระบวนการขับเคลื่อนโรงพยาบาลสู่ Digital Hospital อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 4 แกนสำคัญ ได้แก่

  • Connectivity and IoT โครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายและการเชื่อมต่อที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT อย่างเป็นระบบ เพื่อให้โครงข่ายและอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการใช้งานที่สร้างประโยชน์สูงสุดต่อกระบวนการทางการแพทย์
  • Energy and Sustainability โซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานและการนำพลังงานสะอาดมาใช้ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน อาทิ การลดการปล่อยคาร์บอน และการมุ่งสู่ Net Zero เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างยั่งยืนในระยะยาว
  • Physical AI การพัฒนาแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่เพื่อเสริมสร้างให้อุปกรณ์และระบบด้าน Healthcare มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการตอบสนอง และการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนการบริการทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Vertical Platform ได้แก่ Data Intelligence, Connected Vehicle, Factory, Industry Cloud และ Cybersecurity ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่องค์กรและโรงพยาบาลสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมของบริบทและความต้องการ เพื่อรองรับหลากหลาย Use Case และตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละหน่วยงานอย่างยืดหยุ่น

ทั้งนี้ Digital Intelligence Fabric ทั้ง 4 แกน จะทำงานสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เกิดโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงแบบครบวงจร และถูกคัดเลือกมาเสริมกระบวนการดูแลรักษาของโรงพยาบาลในจุดที่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการต่อยอดสู่การพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการผู้ป่วยในหลากหลายรูปแบบ

หนึ่งในแกนสำคัญของ Digital Intelligence Fabric ที่ถูกนำมาต่อยอดในความร่วมมือครั้งนี้ คือ Physical AI โดยการนำขีดความสามารถของ AI ที่ประมวลผลอยู่บนระบบคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ลงมาสู่การทำงานในโลกกายภาพผ่านอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์รูปแบบต่างๆ ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ ประมวลผล ฉลาดขึ้น และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง ซึ่ง Physical AI ทำให้อุปกรณ์ในระบบสาธารณสุขมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ กล้อง หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็น AI ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ (Embedded AI) และเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มกลางของโรงพยาบาล ส่งผลให้การใช้งานและการขับเคลื่อนกระบวนการทำงานด้านการแพทย์สามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาหุ่นยนต์ของ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จึงเป็นการนำโลกกายภาพ (Physical) มาผสานกับ Physical AI ใช้ขีดความสามารถของ AI ต่อยอดการพัฒนาโซลูชัน Robotics เพื่อการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากต้นแบบ “HAPPY” หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ที่ได้รับการอัพเกรดฟังก์ชันให้ทำงานได้แบบครบวงจรยิ่งขึ้น และอัพสเกลเพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมต่อยอดสู่หุ่นยนต์น้องใหม่ “MELODY” และ “LUCKY” เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยกลุ่มมะเร็งต่อมไทรอยด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบไปขยายการให้บริการสู่กลุ่มผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation ward) ผ่านการพัฒนานวัตกรรม “CORGI” หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่ถูกกักตัว เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่โรค โดยผสาน Robotics เข้ากับ AI Model เพื่อช่วยวิเคราะห์ท่าทางและเสริมประสิทธิภาพการทำกายภาพบำบัด ซึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บน Digital Intelligence Fabric แพลตฟอร์มเดียวกัน ช่วยให้ระบบสามารถขยาย เพิ่ม Use Case และต่อยอดไปสู่การใช้งานด้านสุขภาพอื่นๆ ในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการนำ Physical AI ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบ Home Solution เพื่อดูแลผู้ป่วยที่บ้าน หรือการเชื่อมต่อกับโซลูชันด้านสุขภาพในบริบทอื่นๆ

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ครบทุกมิติ ทั้งยกระดับคุณภาพบริการผู้ป่วย ช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และเสริมความแข็งแกร่งของโรงพยาบาลในการทรานฟอร์มสู่ Digital Hospital บนเส้นทางความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ที่ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐานของ Digital Healthcare ที่เชื่อมโยงคน เทคโนโลยี และการรักษาเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่อนาคตของระบบสาธารณสุขไทย

รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล ขับเคลื่อนการทรานสฟอร์มสู่ Digital Hospital เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการดูแลแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยภายใต้ความร่วมมือกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผสานความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จนเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบและขยายสเกลการใช้งาน รวมถึงพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์รุ่นใหม่ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่รักษาพยาบาลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ในการต่อยอดขยายความร่วมมือ ไม่เพียงเพื่อการให้บริการภายในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จะเชื่อมต่อการดูแลในโรงพยาบาลไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลอื่น หรือบ้านและชุมชนได้ในอนาคต”

นายเอกราช ปัญจวิณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในครั้งนี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำแนวคิด Digital Intelligence Fabric มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการถักทอและเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ 5G และบรอดแบนด์ ไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และรองรับการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างยั่งยืน บนรากฐานดังกล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำ เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพของคลาวด์ AI และ Robotics เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับหุ่นยนต์ให้มีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การริเริ่มสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการอย่างใกล้ชิด เป็นมิตร และสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Hospital และผลักดัน Digital Healthcare ให้เกิดขึ้นจริงในระบบสาธารณสุขไทย”

จาก Physical AI ยุคเริ่มต้น สู่ “หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุด

กว่า 2 ปี หลังจากการเปิดตัว “HAPPY” หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ล่าสุด ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป อัพสเกลเปิดตัวหุ่นยนต์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า “MELODY” และ “LUCKY” นำเทคโนโลยี AI มาต่อยอดเพื่อความอัจฉริยะในการประมวลผล เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยํามากขึ้น ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้มากขึ้น ประกอบด้วย การวัดปริมาณการแผ่รังสีจากผู้ป่วยก่อนออกจากโรงพยาบาล ซึ่งประมวลผลด้วย Image Process การประมวลผลการเดินของหุ่นยนต์แบบอัจฉริยะ และการสั่งการหุ่นยนต์หลายตัวให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ และการทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ

พลัง Physical AI กำเนิดนวัตกรรม “หุ่นยนต์ทางการแพทย์ ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด”
ทรู ดิจิทัล นำประสบการณ์ และพลัง Physical AI จากความร่วมมือกับภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ ขยายบริการเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค พัฒนานวัตกรรม “หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด” ที่มีชื่อว่า “CORGI” ที่จะเป็นเสมือนหนึ่งในทีมบุคลากรการแพทย์ช่วยดูแลและให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อที่อยู่ในระยะให้ยาและรักษาในห้องแยกโรค เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

“CORGI” มีฟังก์ชันที่โดดเด่น ได้แก่ ส่ง ยา เวชภัณฑ์ และอาหารให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย การแพทย์ระยะไกลผ่านระบบวิดีโอคอล อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกสมรรถภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนช่วยให้ความรู้การกายภาพ ประมวลผลท่าทางและความถูกต้องในการกายภาพด้วย AI พร้อมแสดงผลให้กับแพทย์และนักกายภาพ ผ่านอุปกรณ์แท็บเล็ตเพื่อประเมินแผนการรักษาต่อไป โดยสามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลภาพและผลตรวจแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยที่ควบคุมระบบความดันแบบพิเศษภายในห้องและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ พร้อมรองรับการต่อยอดพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ ในอนาคต อาทิ สามารถปรับรูปแบบการฝึกตามแผนการฟื้นฟูของผู้ป่วยรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวหลังการผ่าตัด ด้วยการต่อยอด AI นำไปใช้ที่บ้านภายหลังการรักษา


ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์